CEO Message

 Home
» CEO Message แบ่งปันไปยัง facebook
about_board_3

          เป็นที่ทราบกันดีว่า  พื้นที่ฝั่งตะวันออกของประเทศไทย  โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการ  ถือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศไทยมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2525  ซึ่งต่อมาได้ขยายพื้นที่อุตสาหกรรมไปยังฉะเชิงเทรา  ชลบุรีและระยอง  ภาคตะวันออกจึงมีส่วนสร้างความเข้มแข็งและความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งในอดีต  ปัจจุบันและในอนาคตข้างหน้า

          หากมองย้อนไปในอดีตเมื่อ 25 ปีที่แล้ว  พื้นที่นี้ยังขาดการบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง  ประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่นในย่านโรงงานและย่านที่อยู่อาศัย  แต่ต้องประสบกับความยากลำบากยามเจ็บไข้ได้ป่วยที่ต้องไปโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยซึ่งมีแต่ของภาครัฐแถมยังต้องรอคิวนาน  จากปัญหาจุดเล็กๆ  จุดนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมและเพื่อนๆ  ก่อร่างสร้างสถานพยาบาลเอกชนแห่งแรกขึ้นมาบนถนนบางนา-ตราด กม.12 เพื่อเป็นทางเลือกของประชาชนโดยใช้ชื่อว่า  “สถานพยาบาลจุฬารัตน์1”  มีแพทย์ประจำ 4 คน  มีเตียงรับคนไข้เพียง 26 เตียง   เพื่อเปิดให้บริการตรวจรักษาโรคแก่ประชาชนทั่วไป  โรคที่เกิดจากการทำงาน  และโรคที่เกิดจากอุบัติเหตุจากยาพาหนะ  วันเวลาผ่านไป  พื้นที่อุตสาหกรรมขยายตัวไปอย่างรวดเร็วเคียงคู่ไปกับการขยายถนนและสาธารณูปโภคพร้อมกับการขยายตัวของที่อยู่อาศัย  สถานพยาบาลจุฬารัตน์จึงขยายสาขาเพิ่มออกไปเป็นเงาตามตัว  เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการใช้บริการเดินทางไปมาได้สะดวก  จึงปรากฏให้เห็นเป็นจุฬารัตน์  2,  3,  4...จนถึงจุฬารัตน์ 12  ในระยะเวลาเพียง 25 ปี  นับจากที่เปิดจุฬารัตน์ 1  ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลจุฬารัตน์แบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ  (1) โรงพยาบาลระดับสูง  มี 100 เตียงขึ้นไปซึ้งประกอบไปด้วย 3 โรงพยาบาล  (2)  โรงพยาบาลระดับกลาง  มี 50 เตียง ลงมา  (3)  ระดับคลินิก  บริการไม่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน  รายละเอียดต่างๆ ของเส้นทางการเติบโต  ท่านอ่านได้จากเนื้อหาภายในเล่ม

          กว่าจะเดินมาถึงวันนี้ของกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์  ซึ่งกำลังก้าวย่างสู่ปีที่ 26  ในปีพ.ศ.2556 นี้  ผมต้องขอขอบคุณทีมแพทย์  ทีมพยาบาล  และเจ้าหน้าที่พนักงานของโรงพยาบาลทุกฝ่ายทุกแผนกที่ร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างมุ่งมั่น  โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ  การให้บริการตรวจรักษาดูแลสุขภาพแก่คนไข้และผู้ป่วยทุกคนอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยส่วนตัว  ด้วยมาตรฐานทางวิชาชีพและเต็มใจให้บริการด้วยความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของการดูแลรักษา  รวมทั้งสละเวลาออกไปให้บริการสาธารณะสุขกับชุมชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ  ทำให้กลุ่มโรงพยาลจุฬารัตน์ได้รับการรับรองคุณภาพระดับ HA ขั้นที่ 3  เมื่อเดือนธันวาคม 255

          ปัจจุบันในปี 2556 นี้ จำนวนผู้ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนกับกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ทั้งสิ้น 305,000 คน  ซึ่งเกือบเต็มจำนวนโควตาที่สำนักงานประกันสังคมจะอนุมัติได้  ผมมองว่าจะต้องเปลี่ยนไปเน้นทางด้านผู้ป่วยเงินสดจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเอง  โดยการเพิ่มศักยภาพการรักษาที่โรงพยาบาลอื่นทำไม่ได้ต้องเป็น Excellent center เป็นโรงพยาบาลรับส่งต่อจากโรงพยาบาลอื่น  อีกประการหนึ่งคือ  ในอีก 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  (Asean Economic Community)  ซึ่งผมมีความมั่นใจว่า  ศักยภาพของกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ทั้งทางด้านวิชาการแพทย์ ความรู้ความสามารถของบุคลากรในการทำงาน เครื่องมือแพทย์อันทันสมัย  ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา  ร่วมกับการขยายโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้นและที่สำคัญที่สุด  คือ จิตใจที่มุ่งมั่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวจุฬารัตน์นั้น  นอกจากจะสามารถแข่งขันทางธุรกิจบริการสุขภาพได้แล้ว  ยังมีความสามารถในการรองรับและให้บริการแก่ชาวต่างชาติ  ซึ่งจะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยในจำนวนที่สูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว  เมื่อเทียบกับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี  จึงเป็นสาเหตุที่ผู้บริหารนำพากลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ซึ่งถือเป็นการเติบโตก้าวใหญ่อีกหนึ่งก้าว  และเป็นการก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง  เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน  และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  รวมถึงสร้างความยอมรับในระดับประเทศ

น.พ.กำพล  พลัสสินทร์

กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์