เชื้อไวรัสโรต้า/โรตา (Rotavirus)

 Home
» Knowledge of Health » เชื้อไวรัสโรต้า/โรตา (Rotavirus) แบ่งปันไปยัง facebook

เชื้อไวรัสโรต้า/โรตา (Rotavirus)

     เป็นเชื้อที่เป็นสาเหตุของอุจจาระร่วง ที่พบบ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เด็กต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเชื้อไวรัส พบมากในเด็กเล็กอายุกว่า 5 ปี การติดเชื้อไวรัสโรต้าสามารถพบได้ทั่วโลก สำหรับประเทศไทยพบได้ทุกฤดู โดยเฉพาะฤดูหนาว การติดเชื้อไวรัสโรต้าสามารถหายได้เอง แต่สาเหตุที่ผู้ป่วย/เด็กต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลคือ จากการถ่ายอุจจาระปริมาณมากจนเกิดการภาวะขาดน้ำร่วมกับมีไข้สูง หากได้รับการรักษาไม่เหมาะสม และผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะช็อกถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

อาการแสดงของการติดเชื้อไวรัสโรต้า คือ

    ท้องเสีย อาเจียน เกิดภาวะขาดน้ำ/สารน้ำและเกลือแร่ เด็กบางคนจะมีอาการปวดท้อง และมีไข้ เด็กที่ติดเชื้อนี้ประมาณครึ่งหนึ่งจะมีอาการของการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ไอ มีน้ำมูก อาการท้องเสียส่วนใหญ่เป็นลักษณะถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ อาจมีมูกปนได้บ้าง แต่ไม่มีเลือดปน ภาวะขาดสารน้ำส่วนใหญ่อยู่ในระดับน้อยหรือปานกลาง ในผู้ป่วยส่วนน้อยอาจพบภาวะขาดสารน้ำ/ภาวะขาดน้ำระดับรุนแรงจนเกิดภาวะช็อก ลักษณะของอุจจาระของเด็กที่ท้องเสียจากโรคติดเชื้อนี้อาจมีกลิ่นเปรี้ยว ซึ่งอาการจะดีขึ้นในเวลาประมาณเกือบ 1

 

การดูแลติดเชื้อไวรัสโรต้า

    ใช้วิธีรักษาตามอาการคือ การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ รอจนเด็ก/ผู้ป่วยหายเอง

 

การติดต่อเชื้อไวรัสโรต้า

     เกิดจากการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสโรต้าปนเปื้อน บางครั้งพบไวรัสนี้อยู่ตามของเล่น เมื่อเด็กหยิบเข้าปาก ก็อาจเกิดติดเชื้อได้ เชื้อไวรัสนี้สามารถคงทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมและตามของเล่นได้นาน เป็นวันๆแม้คุณพ่อคุณแม่จะพยายามรักษาความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตามและโรคนี้อาจติดต่อทางการหายใจได้ด้วย ปัจจุบันพบว่า มีการติดต่อของเชื้อไวรัสโรต้าในโรงพยาบาล(Nosocomial transmission) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญและส่งผลกระทบต่อภาวะการเจ็บป่วยของเด็กโรคอื่นที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาล

 

      การดูแลสุขอนามัยที่ดี และความเข้าใจในเรื่องไวรัสชนิดนี้เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยป้องกันให้รอดพ้นจากการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ไปได้ และแน่นอนว่า "วัคซีนโรต้า" ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยได้เช่นกัน
วัคซีนชนิดนี้มีข้อมูลชัดเจนและงานวิจัยที่รับรองว่ามีประสิทธิภาพดีมาก ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดหยอด ,องค์การอนามัยโลกแนะนำควรจะมีการใช้เป็นวัคซีนหลักทุกประเทศทั่วโลก