โรคหัด ( Measles )

 Home
» Knowledge of Health » โรคหัด ( Measles ) แบ่งปันไปยัง facebook

โรคหัด (Measles) เป็นโรคติดต่อสามารถระบาดในผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนและพบได้มากกับเด็กเล็ก เกิดจากการติดเชื้อไวรัส มีลักษณะเด่นคือ มีจุดเทาขาวในปาก และผื่นสีน้ำตาลแดงไล่จากหัวและคอลงมาที่ตัว มักจะหายไปเองภายใน 7 ถึง 10 วันโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มเติม แต่ในบางครั้งมีภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงเช่น ปอดบวมและไข้สมองอักเสบสามารถอันตรายถึงชีวิตได้

 

อาการของโรคหัด

โรคหัดจะเริ่มด้วยอาการคล้ายกับหวัด โดยเริ่มมีอาการประมาณ 10 วันหลังติดเชื้อมีดังนี้:

  1. อาการคล้ายหวัด เช่น คัดจมูก จาม และไอ
  2. ปวดตา ตาแดง น้ำตาไหล อาจไหวต่อแสงเพิ่มขึ้น
  3. มีไข้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส
  4. ปวดกล้ามเนื้อ
  5. ไม่อยากอาหาร
  6. เหน็ดเหนื่อย ระคายเคือง และหมดเรี่ยวแรง
  7. ต่อมน้ำเหลืองโต
  8. เกิดจุดสีเทาขาวภายในกระพุ้งแก้ม

 

ผื่นจากโรคหัด เกิดขึ้นจากโรคหัดจะเริ่มขึ้นประมาณสองถึงสี่วันหลังจากมีอาการแรกเริ่มและจะค่อย ๆ หายไปภายในหนึ่งอาทิตย์ หลังจากที่ผื่นปรากฏออกมาคุณมักจะรู้สึกไม่สบายมากในช่วงวันสองวันแรก หลังจากปรากฏผื่นหนึ่งหรือสองวัน ผู้ป่วยหลายรายจะมีจุดสีเทาขาวเกิดขึ้นในช่องปาก

 

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

ควรพบแพทย์ทันทีที่คุณคาดว่าตนเองหรือลูกของคุณเป็นโรคหัด และควรแจ้งทางโรงพยาบาลว่าอาจเป็นโรคหัด เพื่อให้ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมแนวทางป้องกันการแพร่เชื้อแก่ผู้อื่น

 

โรคหัดแพร่กระจายได้อย่างไร?

เชื้อไวรัสโรคหัดจะอยู่ในละอองสารคัดหลั่งจากจมูกและปากของผู้ติดเชื้อ คุณสามารถรับไวรัสเหล่านั้นได้จากการสูดอากาศที่มีละอองเหล่านี้เข้าไป หรือสัมผัสกับละอองบนพื้นผิวสิ่งของต่าง ๆ ก่อนนำมือเปื้อนเชื้อเข้าใกล้จมูกหรือปากของตนเอง ผู้ป่วยโรคหัดจะแพร่เชื้อได้ตั้งแต่เมื่อเริ่มมีอาการไปจนถึงหลังจากเป็นผื่นขึ้นครั้งแรกสี่วัน

 

การรักษาโรคหัด

ยังไม่มีวิธีรักษาโรคหัด แต่สามารถหายได้เองภายใน 7 ถึง 10 วัน แพทย์มักจะแนะนำให้คุณพักรักษาตัวที่บ้านไปจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น โดยบรรเทาอาการและลดความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อได้ ดังนี้:

  1. ทานยาพาราเซตตามอลหรืออิบูโพรเฟนเพื่อลดไข้และอาการปวดกล้ามเนื้อ
  2. ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  3. ปิดม่านเพื่อลดภาวะอ่อนไหวต่อแสงอาทิตย์
  4. ใช้ผ้าขนนุ่มชื้น ๆ ทำความสะอาดรอบตา
  5. ลาเรียนหรือลางานเป็นเวลาอย่างน้อยสี่วันหลังจากที่เริ่มมีผื่นขึ้น
  6. ในกรณีที่ป่วยรุนแรง โดยเฉพาะที่มีภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วยต้องพาผู้ป่วยไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที

 

ใครมีความเสี่ยงที่สุด?

ภาวะแทรกซ้อนของโรคหัดมักจะเกิดขึ้นมากกับผู้คนดังต่อไปนี้:

  • เด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 12 เดือน
  • ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ อย่างเช่น ผู้ป่วยลิวคีเมีย ผู้กำลังเข้ารับการบำบัดเคมี
    หรือกำลังใช้ยาบางตัวอยู่
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์

 

ภาวะแทรกซ้อนของหัดที่พบได้บ่อยมีดังนี้:

  1. ท้องร่วงและอาเจียนจนทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ
  2. การติดเชื้อของหูชั้นกลางจนทำให้เกิดอาการปวดหู
  3. เยื่อบุตาอักเสบ
  4. การอักเสบของกล่องเสียง
  5. ปอดบวมและโรคครูป ซึ่งเป็นการติดเชื้อของหลอดลมและปอด
  6. ชักจากไข้

เด็กที่ป่วยเป็นโรคหัดประมาณ 1 จากทุก ๆ 15 คนจะมีภาวะแทรกซ้อนข้างต้น เราสามารถเลี่ยงการป่วยเป็นโรคหัดได้จากการรับวัคซีนโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR - Measles, Mum