ฉีดวัคซีน IPD เมื่อไหร่ดี ? ทำไมต้องฉีดวัคซีน !!

 หน้าแรก
» ความรู้สุขภาพและบทความแพทย์ » ฉีดวัคซีน IPD เมื่อไหร่ดี ? ทำไมต้องฉีดวัคซีน !! แบ่งปันไปยัง facebook

ฉีดวัคซีน IPD เมื่อไหร่ดี ?

ทำไมต้องฉีดวัคซีน

ทารก เด็กเล็ก และเด็กโตบางคนรวมทั้งผู้ใหญ่ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการควรฉีดวัคซีนนิวโมค็อคคัลคองจูเกท(เรียกว่า PV13 หรือ Prevnar13)เพื่อป้องกันโรคปอดบวม

โรคนิวโมค็อคคัล เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสเทร็พโทค็อคคัสนิวโมเนียแบคทีเรียเหล่านี้สามารถแพร่จากบุคคคลหนึ่งไปสู่บุคคลหนึ่งจากการสัมผัสใกล้ชิดโรคนิวโมค็อคคัลสามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ รวมทั้งปอดบวม เกิดเลือดติดเชื้อและโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ คือการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมองถึงแม้ว่าโรคนิวโมค็อคคัลเมนเอ็นไจทิสจะเกิดขึ้นน้อยมาก (น้อยกว่า 1 ใน 100,000 รายในแต่ละปี) แต่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ รวมทั้งหูหนวกและสมองเสื่อม เด็กประมาณ 1 ใน 10 รายที่ต้องเสียชีวิตด้วยโรคนี้

เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรครุนแรงมากกว่าเด็กโต

บุคคลที่มีปัญหาสุขภาพบางประการบุคคลที่มีอายุมากกว่า 65 ปี และผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงด้วยก่อนที่จะมีการฉีดวัคซีน

การติดเชื้อนิวโมค็อคคัลทำให้เกิดปัญหามากมายทุกปีในสหรัฐอเมริกากับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี รวมทั้ง :

  • โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบมากกว่า 700 ราย
  • การติดเชื้อในเลือด 13,000 ราย
  • เกิดหูอักเสบประมาณ 5 ล้านราย และ
  • เสียชีวิตประมาณ 200 ราย

ยังมีผู้ใหญ่ประมาณ 4,000 รายเสียชีวิตในแต่ละปีเนื่องจากการติดเชื้อนิวโมค็อคคัล

การติดเชื้อโรคนิวโมค็อคคัลอาจจะยากต่อการรักษาเพราะแบคทีเรียบางสายพันธุ์ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ซึ่งทำให้การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันมีความสำคัญมากขึ้น

วัคซีนPCV13

                เชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อคคัลมีมากกว่า 90 ชนิด วัคซีนนิวโมค็อคคัลคองจูเกท(PCV13) สามารถป้องกันได้ 13 ชนิด ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้เป็นต้นเหตุให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงในเด็กและประมาณครึ่งหนึ่งของการติดเชื้อในผู้ใหญ่

                PCV13 จะฉีดให้กับเด็กเมื่อมีอายุ 2,4,6, และ 12-15เดือน เด็กในข่ายอายุเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงอันเนื่องมาจากการติดเชื้อนิวโมค็อดคัล

                PCV13อาจได้รับการแนะนำให้ฉีดในเด็กในเด็กโตหรือผู้ใหญ่บางคนด้วย แพทย์ของท่านสามารถให้รายละเอียดได้

ความเสี่ยง

ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรคหรือวัคซีนก็อาจมีโอกาสทำให้เกิดปฏิกิริยาร้ายแรงได้ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเล็กน้อยและหายไปได้เอง แต่ก็อาจเกิดปฏิกิริยารุนแรงได้เช่นกันรายงานเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับวัคซีน PCV13 แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดวัคซีนและอายุแต่โดยทั่วไปคือ:

  • ประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กจะมีอาการง่วงนอนหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนมีอาการเบื่ออาหารชั่วคราวหรือระบมแดงบริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีน
  • ประมาณ 1 ใน 3 จะมีอาการบวมบริเวณที่ได้รับการฉีด
  • ประมาณ 1 ใน 3 จะมีไข้เล็กน้อยและประมาณ 1 ใน 20 จะมีไข้สูง(มากกว่า 2 องศาฟาเรนไฮด์)
  • มีถึงประมาณ 8 ใน 10 ที่มีอาการหงุดหงิดอารมณ์เสีย

มีรายงานว่าผู้ใหญ่ที่ได้รับซีนจะมีอาการบวมแดงและเจ็บบริเวณที่ได้รับการฉีด มีไข้เล็กน้อย ปวดหัว หนาวสั่นหรือปวดกล้ามเนื้อ  ปฏิกิริยาแพ้ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตจากการได้รับวัคซีนเกิดขึ้นน้อยมาก