การผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง (Laparoscopic hysterectomy)

 หน้าแรก
» ความรู้สุขภาพและบทความแพทย์ » การผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง (Laparoscopic hysterectomy) แบ่งปันไปยัง facebook

การผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง (Laparoscopic hysterectomy)

สำหรับคุณผู้หญิงแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวยงามเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องผ่าตัดมดลูก อาจกังวลเรื่องรอยแผลที่จะเกิดขึ้นจากการผ่าตัด

แต่ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางวิวัฒนาการการผ่าตัดที่ทำให้เกิดแผลขนาดเล็ก เจ็บน้อยและยังฟื้นตัวได้เร็ว โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลที่หน้าท้องขนาด 0.5-1 เซนติเมตร ประมาณ 3-4 แผล แล้วใส่เครื่องมือผ่านแผลดังกล่าวเข้าไปในช่องท้อง เพื่อทำการผ่าตัดมดลูก ดังนั้นภายหลังการผ่าตัดจึงมีแผลเพียงเล็กๆปรากฏที่หน้าท้อง ซึ่งจะช่วยทำให้คุณผู้หญิงที่จะต้องถูกผ่าตัดคลายความกังวลใจในเรื่องของรอยแผลที่จะเกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดลงได้ นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางรายสามารถผ่าตัดผ่านกล้อง โดยที่ไม่มีแผลผ่าตัดที่หน้าท้องเลย ซึ่งแผลจะถูกซ่อนไว้ในช่องคลอด ทำให้อาการปวดหลังผ่าตัดน้อยลงไปอีก และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้น

ข้อดีของการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องมีอะไรบ้าง?

  • แผลผ่าตัดเล็กและเจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
  • การผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องนั้นยังสามารถที่จะเห็นอวัยวะต่างๆภายในอุ้งเชิงกรานได้อย่างชัดเจนกว่า
  • มีการสูญเสียเลือดขณะผ่าตัดการติดเชื้อหลังผ่าตัดก็เกิดขึ้นน้อยกว่า
  • ระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาลและระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดก็สั้นกว่า

ข้อเสียของการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องมีอะไรบ้าง?

ข้อเสียที่สำคัญของการผ่าตัดวิธีนี้ คือค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงและต้องอาศัยแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง ได้แก่?

เนื้องอกมดลูก การหย่อนของอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน เลือดออกผิดปกติจากมดลูกและสามารถรักษาโรคมะเร็งทางนรีเวชได้ในบางราย

ผู้ที่ผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องได้ยาก คือผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีผังพืดมากในอุ้งเชิงกราน
  • เนื้องอกมดลูกที่มีขนาดใหญ่มาก
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง หรือการผ่าตัดอื่นๆทางหน้าท้องหลายครั้ง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัด?

  • แพทย์จะทำการสอบถามประวัติทางการและตรวจร่างกายต่างๆ เช่น การตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด และอาจทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อประเมินภาวะสุขภาพพื้นฐานของผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัด
  • งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนทำการผ่าตัด นอกจากนี้ คุณอาจจะได้รับการสวนอุจจาระก่อนการผ่าตัด การทำความสะอาดและการโกนขนที่บริเวณอวัยวะเพศและหน้าท้องที่จะทำการผ่าตัดอีกด้วย
  • วิสัญญีแพทย์จะอธิบายหรือชี้แจงให้คุณทราบก่อนที่จะให้ยาสลบแก่คุณ เช่น โอกาสเกิดการสำลักเศษอาหารจากกระเพาะอาหารเข้าปอด เป็นต้น

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด?

  • ควรลุกขึ้นจากเตียงและเคลื่อนไหวร่างกายตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัด จะทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นและลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้อีกด้วย
  • ควรระวังไม่ให้แผลโดนน้ำหรืองดแช่ตัวในอ่าง จนกว่าจะครบวันที่แพทย์นัดไปตรวจแผล
  • อาการปวดแผล อาจพบได้ในช่วงสัปดาห์แรกของผ่าตัดและสามารถลดปวดด้วยการรับประทานยาแก้ปวดได้
  • ควรหลีกเลี่ยงการขับรถเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10-14 วันหลังผ่าตัด
  • ในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ จะสามารถกระทำได้ภายหลังการผ่าตัดประมาณ 6 สัปดาห์ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
  • ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักและการออกกำลังกายอย่างหนักประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัดที่ต้องปรึกษาแพทย์มีอะไรบ้าง?

  • มีเลือดออกจากช่องคลอดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีน้ำไหลออกจากช่องคลอดไม่หยุดนานกว่า 2 สัปดาห์
  • เลือดที่ออกเคยหยุด แล้วกลับมามีเลือดออกใหม่อีกครั้ง
  • เลือดหรือน้ำที่ไหลออกจากช่องคลอด มีกลิ่นเหม็น หรือคล้ายหนอง
  • มีอาการปวดท้องมากขึ้น มีไข้ ปัสสาวะแสบขัด และ/หรือ ปัสสาวะไม่ออก