Eye Center - Chularat 3 International Hospital

 Home
» Clinics and Specialized Centers » Eye Center  แบ่งปันไปยัง facebook

โบรชัวร์ Eye Center

Dr. Anchalee Dachavaranupap, M.D.

Ophthalmology ( Eyes )

Dr.Pagapoen Prakongsil,M.D.

Ophthalmology ( Eyes )
อนุสาขาจักษุวิทยาโรคต้อหิน

Dr. Anchuree Boonchanya, M.D.

Ophthalmology ( Eyes )
จักษุวิทยาตกแต่งและศัลยกรรม

Dr.Kanokthip Muntachod,M.D.

Ophthalmology ( Eyes )
อนุสาขาจักษุวิทยาด้านกระจกตา

Dr.Ponkid Sukawatcharin,M.D.

Ophthalmology ( Eyes )
อนุสาขาจักษุวิทยาโรคจอประสาทตาและน้ำวุ้นตา

Dr.Sira Arunmongkol, M.D

Ophthalmology ( Eyes )
อนุสาขาจักษุวิทยาโรคต้อหิน

Dr.Somboon Panyakorn, M.D

Ophthalmology ( Eyes )
อนุสาขาจักษุประสาท

          ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านจักษุครบวงร ให้บริการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคที่เกี่ยวกับดวงตาและการมองเห็น เช่น สายตาสั้น-ยาว สายตาเอียง ตาเหล่ เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง น้ำตาไหล มองเห็นภาพซ้อน โรคของกระจกตาและตาดำ ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน ม่านตาอักเสบ เป็นต้น พร้อมให้คำปรึกษาอย่างครอบคลุมครบวงจร การผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ผิดปกติ    ด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้สามารถตรวจหาสาเหตุของการเกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผ่าตัดต้อกระจก ไม่ต้องสำรองจ่าย! ไม่ต้องรอคิว!

ศูนย์จักษุครบวงจร โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ให้บริการรักษาผู้ป่วยต้อกระจก

สำหรับผู้ที่มีสิทธิข้าราชการ

สิทธิกรมบัญชีกลางแบบเบิกจ่ายตรง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

ข้าราชการสิทธิกรมบัญชีกลางชนิดเบิกจ่ายตรง สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ต้องรอคิว

บริการคัดกรองต้อกระจกฟรีทุกวัน!

นัดหมายหรือโทรสอบถามรายละเอียด

โทร. 085-111-8296

Facebook :  https://www.facebook.com/Chularat3EyeCenter

 

 โปรแกรมผ่าตัดต้อกระจก (Phacoemulsification) ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง 

1 ข้างแบบเหมาจ่าย 25,000 บาท*

มีจักษุแพทย์บริการทุกวัน 09.00-19.00 น. 

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ มาตรฐาน JCI สหรัฐอเมริกา โทร. 0851118296

*อัตราค่าบริการเฉพาะคนไทย

  • ผ่าตัดต้อกระจก    25,000 บาท/ 1ข้าง

 

นัดหมายหรือโทรสอบถามรายละเอียด

โทร. 085-111-8296

Line ID:  085111829

Facebook :  https://www.facebook.com/Chularat3EyeCenter

 

นัดหมายหรือโทรสอบถามรายละเอียด

โทร. 085-111-8296

Line ID:  085111829

Facebook :  https://www.facebook.com/Chularat3EyeCenter

มารู้จักโรคต้อกระจกกันเถอะ

มารู้จักโรคต้อกระจกกันเถอะ


การผ่าตัด สลายต้อกระจก Phacoemulsification

การผ่าตัด สลายต้อกระจก Phacoemulsification


เบาหวานขึ้นจอประสาทตาคืออะไร

เบาหวานขึ้นจอประสาทตาคืออะไร


โรคต้อหินและการรักษาด้วยเลเซอร์

โรคต้อหินและการรักษาด้วยเลเซอร์


ต้อเนื้อ (Pterygium)

ต้อเนื้อ (Pterygium)


ต้อกระจก (Cataract)

ต้อกระจก (Cataract)


โรคตาแดง…น่ารู้

โรคตาแดง…น่ารู้


การทำเลสิก คืออะไร

การทำเลสิก คืออะไร


โรคตาแดง

โรคตาแดง


อาการตาแห้ง Dry Eyes

อาการตาแห้ง Dry Eyes


โรคสายตาขี้เกียจ หรือ Lazy Eyes

โรคสายตาขี้เกียจ หรือ Lazy Eyes


โรคเบาหวานขึ้นตา Diabetic Retinopathy

โรคเบาหวานขึ้นตา Diabetic Retinopathy


ต้อหิน Glaucoma

ต้อหิน Glaucoma


ต้อเนื้อ Pterygium

ต้อเนื้อ Pterygium


ต้อกระจก Cataract

ต้อกระจก Cataract


Q : ต้อกระจก เกิดขึ้นได้อย่างไร?

 A : เกิดจากเลนส์แก้วตามีความขุ่นมัวเมื่อมีอายุมากขึ้น ซึ่งพบได้ทั่วไปในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ต้อกระจก ทำให้การมองเห็นแย่ลง ผู้ที่มีอาการของต้อกระจกมักจะมองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนปกติ บางครั้งมองเห็นชัดเจนกว่าในที่มีแสงน้อย เนื่องจากอาการของต้อกระจกส่วนใหญ่เลนส์แก้วตาจะเริ่มขุ่นมัวจากบริเวณส่วนกลางในที่มีแสงน้อย เมื่อม่านตาขยายแสงสามารถผ่านเข้ามาทางส่วนอื่นของเลนส์แก้วตาได้ ต้อกระจกสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆได้อีก เช่น ดวงตาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ไฟดูดหรือการติดเชื้อเรื้อรังที่ดวงตา และการใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ สามารถทำให้เกิด “ต้อกระจก” ได้ด้วย

Q : อาการต้อกระจกมีอะไรบ้าง?

 A : - มองไม่ชัด เป็นอาการเด่นของต้อกระจก คือตาค่อยๆมัวลงอย่างช้าๆโดยไม่มีอาการอื่น อาการตามัวจะเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีแสงสว่างจ้า เช่น เมื่อออกแดด แต่กลับมองเห็นเกือบเป็นปกติในที่มืดสลัวหรือเวลาพลบค่ำ
- เห็นภาพซ้อน แม้ว่าจะมองด้วยตาข้างเดียว เนื่องจากการหักเหของแสงไม่ลงที่จอประสาทตา
เห็นวงรอบแสงไฟ
- อ่านหนังสือต้องใช้แสงจ้า
- ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย
- เห็นฝ้าขาว บริเวณกลางรูม่านตาในผู้ที่ต้อกระจกสุก

Q : ปัจจัยเสี่ยงโรคต้อกระจกมีอะไรบ้าง?

 A : - อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
- โรคเบาหวาน
- ประวัติครอบครัวเป็นต้อกระจก
- เคยได้รับอุบัติเหตุที่ตา
- การใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์
- ติดสุรา
- เจอแสงแดดมาก
- ต้องสัมผัสรังสีปริมาณมาก
- สูบบุหรี่
- เด็กที่ขาดสารอาหาร

Q : รักษาต้อกระจกอย่างไรบ้าง?

 A : การรักษาต้อกระจกทำได้โดยการผ่าตัด
วิธีการผ่าตัดทำได้ 2 วิธี
1. Phacoemulsication เป็นวิธีที่นิยมที่สุด โดยการเจาะรูเล็กๆแล้วใช้เครื่อง Ultrasound สลายเลนส์และดูดออกทีละนิดจนหมด วิธีนี้แผลจะเล็ก โดยส่วนใหญ่จะไม่ต้องเย็บแผล
2. Extracapsular Cataract Extraction การผ่าตัดเป็นแผลกว้าง โดยนำเอาเลนส์ที่เสียออกทั้งชิ้น วิธีนี้แผลจะใหญ่ ต้องเย็บแผล

Q : ต้อเนื้อ คืออะไร?

 A : เป็นโรคตาที่เกิดจากการระคายเคืองตา รังสีอัลตราไวโอเลต ฝุ่นและลม ทำให้มีอาการ โดยปกติจะมีน้ำตาหล่อลื่นตลอดเวลา แต่ถ้าถูกลมหรือแสงแดดบ่อยๆตาก็จะแห้งและเกิดการเสื่อมของเยื่อบุตาขาวได้

Q : ลักษณะอาการเนื้อ มีอะไรบ้าง?

 A : เคืองตา คันตา ตาแดง แสบตา นำตาไหล ระคายเคือง ไม่สบายตาเป็นๆหายๆ ถ้าลุกลามเข้าตาดำมาก จะส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้มองเห็นไม่ชัด

Q : รักษา “ต้อเนื้อ” อย่างไรบ้าง?

 A : ต้อเนื้ออาจลามเข้าไปถึงกลางตาดำและทำให้การมองเห็นพร่ามัว มองเห็นได้ไม่ชัด ซึ่งไม่สามารถใช้เครื่องสำอางปกปิดได้ โดยมีวิธีรักษา คือ
1. ใช้ยาหยอดตา ลดอาการระคายเคืองและการอักเสบ
2. ต้อเนื้อระยะแรก ต้อเนื้องอกเข้าไปในตาดำไม่ถึง 1 ใน 3 ของความกว้างตาดำ แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยสวมแว่นที่มีเลนส์ป้องกันรังสี UV และยังช่วยป้องกันลม โดยใช้ร่วมกับยาหยอดตาเพื่อควบคุมการอักเสบของต้อเนื้อ
3. ต้อเนื้องอกลุกลาม เข้าไปในตาดำเกิน 1 ใน 3 ของความกว้างของกระจกตาดำ ควรทำการผ่าตัด4. ลอกต้อเนื้อออกก่อนที่จะเข้าสู่กลางตาดำ ไม่ควรปล่อยจนต้อเนื้องอกถึงกลางตาดำ เพราะถึงจะลอกออกแล้วก็มักจะเกิดแผลเป็น ทำให้กระจกตาขุ่นมัวและการมองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนเดิม
4. การผ่าตัดลอกต้อเนื้อ เป็นการผ่าตัดที่สะดวกไม่ยุ่งยาก แพทย์จะใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่และใช้เวลาในการทำประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อเสร็จแล้วผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล

Q : การป้องกันโรคต้อเนื้อ ทำอย่างไรบ้าง?

 A : สวมแว่นเพื่อป้องกันแสงแดด ฝุ่น ลม ควัน
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์
- ลดการสูบบุหรี่
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ควรพักสายตาในขณะที่ทำงาน ด้วยการหลับตาและมองไกลประมาณ 2-3 นาทีทุกครึ่งชั่วโมง จะทำให้สบายตาขึ้น

Q : “ต้อหิน” คืออะไร

 A : “ต้อหิน” เป็นกลุ่มโรคที่มีความเสื่อมของขั้วประสาทตาอย่างต่อเนื่อง โดยระยะเริ่มต้น จะส่งผลให้การมองเห็นในส่วนของลานสายตาเสียไป คือแคบลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายการมองเห็นในส่วนของความคมชัดของสายตาลดลงจน มองไม่เห็นในที่สุด

Q : กลุ่มเสี่ยงโรคต้อหินมีใครบ้าง?

 A : - อายุมากกว่า 40 ปี
- มีญาติสายตรงเป็นต้อหิน
- ความดันลูกตาสูง
- สายตาสั้น หรือยาวมากๆ
- เคยมีอุบัติเหตุที่ดวงตามาก่อน เช่น โดนชก ลูกบอลอัดตา ยางรัดตา หรือ อุบัติเหตุจราจรที่มีใบหน้าบริเวณเบ้าตาโดนกระแทก เป็นต้น
- ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์
- สาเหตุอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น

Q : การรักษาต้อหินด้วยเลเซอร์ มีกี่แบบ?

 A : 1. เครื่องเลเซอร์ชนิด YAG Laser รักษาต้อหินโดยสามารถใช้ทำ Iridotomy (รูเปิดขนาดเล็กที่ม่านตา) เพื่อช่วยในการป้องกันและรักษาต้อหินแบบมุมปิด โดยใช้เลเซอร์ยิงเพื่อให้น้ำในลูกตาระบายได้ดีขึ้น (Yag laser peripheral iridotomy) และสำหรับหลังการผ่าตัดต้อกระจกคือเลเซอร์ขัดเยื่อหุ้มเลนส์ในผู้ป่วยถุงหุ้มเลนส์ขุ่นซึ่งทำเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ (Yag laser capsulotomy)
2 .เครื่องเลเซอร์ชนิด Argon laser เพื่อรักษาโรคต่างๆทางจอประสาทตาและต้อหินเช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา รอยฉีกขาดที่จอประสาทตา จอประสาทตาบวม
ชื่อ-นามสกุล**
อายุ**
เบอร์โทรศัพท์**
อีเมล
สถานะปัจจุบันของท่าน
 ใส่แว่นตา
 ใส่คอนแทคเลนส์
ค่าสายตาเอียง
ค่าสายตาสั้น ยาว
โค้ด**