ต้อกระจก (Cataract)

 หน้าแรก
» ความรู้สุขภาพและบทความแพทย์ » ต้อกระจก (Cataract) แบ่งปันไปยัง facebook

ต้อกระจก (Cataract)

เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุ ก็จะเริ่มเกิดการเสื่อมขึ้นตามอวัยวะต่างๆ เช่น ข้อเสื่อม หากเกิดที่สมองก็เกิดสมองเสื่อม เกิดที่หูก็หูตึง เกิดที่ระบบสืบพันธุ์ก็เกิดกามตายด้าน หากเกิดที่ตา โดยเฉพาะเลนส์แก้วตา เรียกว่า “ต้อกระจก”

               

แก้วตา (Lens) เป็นเลนส์นูนใสอยู่หลังม่านตา ทำหน้าที่ร่วมกับกระจกตาในการหักเหแสงให้ตกโฟกัสที่จอประสาทตา จึงทำให้เกิดการมองเห็น

               

ต้อกระจก (Cataract) เกิดจากเลนส์แก้วตามีความขุ่นมัวเมื่อมีอายุมากขึ้น ซึ่งพบได้ทั่วไปในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ต้อกระจก ทำให้การมองเห็นแย่ลง ผู้ที่มีอาการของต้อกระจกมักจะมองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนปกติ บางครั้งมองเห็นชัดเจนกว่าในที่มีแสงน้อย เนื่องจากอาการของต้อกระจกส่วนใหญ่เลนส์แก้วตาจะเริ่มขุ่นมัวจากบริเวณส่วนกลางในที่มีแสงน้อย เมื่อม่านตาขยายแสงสามารถผ่านเข้ามาทางส่วนอื่นของเลนส์แก้วตาได้ ต้อกระจกสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆได้อีก เช่น ดวงตาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ไฟดูดหรือการติดเชื้อเรื้อรังที่ดวงตา และการใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ สามารถทำให้เกิด ต้อกระจก” ได้ด้วย

 

อาการของต้อกระจก

  • มองไม่ชัด เป็นอาการเด่นของต้อกระจก คือตาค่อยๆมัวลงอย่างช้าๆโดยไม่มีอาการอื่น อาการตามัวจะเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีแสงสว่างจ้า เช่น เมื่อออกแดด แต่กลับมองเห็นเกือบเป็นปกติในที่มืดสลัวหรือเวลาพลบค่ำ
  • เห็นภาพซ้อน แม้ว่าจะมองด้วยตาข้างเดียว เนื่องจากการหักเหของแสงไม่ลงที่จอประสาทตา
  • เห็นวงรอบแสงไฟ
  • อ่านหนังสือต้องใช้แสงจ้า
  • ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย
  • เห็นฝ้าขาว บริเวณกลางรูม่านตาในผู้ที่ต้อกระจกสุก

 

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด คือ อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป

 

สาเหตุอื่นที่ไม่ใช่จากวัยสูงอายุ เช่น

  • โรคเบาหวาน
  • ประวัติครอบครัวเป็นต้อกระจก
  • เคยได้รับอุบัติเหตุที่ตา
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์
  • ติดสุรา
  • เจอแสงแดดมาก
  • ต้องสัมผัสรังสีปริมาณมาก
  • สูบบุหรี่
  • เด็กที่ขาดสารอาหาร

 

การคัดกรอง

  • อายุมากกว่า 40 ปี ควรตรวจตาทุกปี
  • ตรวจตาเมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง

 

การรักษาต้อกระจก การรักษาขึ้นกับสภาพของต้อกระจก

  • ต้อที่เพิ่มจะเริ่มเป็นไม่มากสามารถรอได้ ระหว่างนี้ควรตรวจตาตามที่แพทย์นัด
  • ต้อที่แก่หรือใกล้สุก ควรเตรียมให้พร้อมสำหรับการผ่าตัด
  • ต้อที่สุกและเริ่มมีโรคแทรกซ้อนให้ทำการผ่าตัด

 

การรักษาต้อกระจกทำได้โดยการผ่าตัด

วิธีการผ่าตัดทำได้ 2 วิธี

  • Phacoemulsication เป็นวิธีที่นิยมที่สุด โดยการเจาะรูเล็กๆแล้วใช้เครื่อง Ultrasound สลายเลนส์และดูดออกทีละนิดจนหมด วิธีนี้แผลจะเล็ก โดยส่วนใหญ่จะไม่ต้องเย็บแผล
  • Extracapsular Cataract Extraction การผ่าตัดเป็นแผลกว้าง โดยนำเอาเลนส์ที่เสียออกทั้งชิ้น วิธีนี้แผลจะใหญ่ ต้องเย็บแผล

หลังจากเอาเลนส์ออกแล้ว แพทย์จะใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าแทนที่อันเดิม หลังผ่าตัดอาจมีอาการระคายเคือง ต้องใส่เครื่องป้องกันการขยี้ตาในช่วงเวลากลางคืน และใส่แว่นช่วงกลางวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ หลังผ่าตัด 1 วัน จะทำให้เห็นชัดขึ้น แต่จะชัดที่สุดคือหลังผ่าตัด 4 สัปดาห์

 

หลังผ่าตัด หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์

  • ตามองไม่เห็น
  • ปวดตาตลอด
  • ตาแดงมากขึ้น
  • เห็นแสงแปล๊บๆ
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ปวดศีรษะและไอ

 

การป้องกัน

  • งดสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงแสงอาทิตย์